สุนัขแสนซื่อสัตย์ ‘ฮาชิโกะ’

ใครๆก็ว่าสุนัขเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์กับเจ้าของเป็นอย่างมาก แต่จะมีสุนัขตัวไหนที่จะซื่อสัตย์ได้เท่าเจ้าสุนัขตัวนี้ ‘ฮาชิโกะ’ เรื่องราวของเจ้าสุนัขตัวนี้จะเป็นอย่างไร ไปดูกัน

ฮาชิโกะ แต่เดิมชื่อ ฮาชิ ลืมตาดูโลกไล่เลี่ยกับพี่น้องอีกสามตัวในเดือนพฤศจิกายน 1923 ที่โรงนาแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของราชอาณาจักรญี่ปุ่น มันเป็นพันธุ์อากิตะ (Akita) พันธุ์สุนัขดั้งเดิมของญี่ปุ่น ในเดือนมกราคม 1924 ฮาชิถูกจับใส่ลังขนส่งขึ้นรถไฟมุ่งหน้าไปทิศทางใต้ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเร่งรีบ เนื่องจากสุนัขพันธุ์อากิตะ ปกติแล้วจะต้องทำความรู้จักและคุ้นเคยกับเจ้าของใหม่ให้ได้ภายในระยะเวลาสองเดือน เพื่อความผูกพันจะได้กระชับแน่นยิ่งขึ้น

เจ้าของคนใหม่ชื่อ ฮิเดะซะบุโระ อุเอโนะ (Hidesaburo Ueno) เป็นศาสตราจารย์ภาควิชาการเกษตรกรรมของมหาวิทยาลัยโตเกียวอิมพีเรียล ไม่มีลูก จึงมีเวลาเลี้ยงดูฮาชิ พูดคุยกับมัน เล่นกับมัน และป้อนอาหารให้มัน ฮาชิเติบโตเป็นอากิตะตัวล่ำสัน ความสูงราว 60 เซนติเมตร น้ำหนักตัวกว่า 40 กิโลกรัม ขนดกสีขาวครีมแซมสีเหลืองอ่อน หางห้อย และหูตั้ง ทุกเช้าฮาชิมักเดินตามอุเอโนะเพื่อส่งเขาไปทำงาน จากบ้านซึ่งไม่ไกลจากสถานีชิบุยะมากนัก และจะมาคอยรับเขาในตอนเย็นอีกครั้ง ไม่ว่าวันนั้นจะมีพายุฝนหรือแดดออก

รวมทั้งวันที่ 21 พฤษภาคม 1925 ด้วย วันนั้นเป็นวันฟ้าครึ้ม อากาศขมุกขมัว ฮาชิ-ขณะอายุ 18 เดือน-เฝ้ารอการกลับมาของอุเอโนะอย่างใจจดใจจ่อ แต่ทว่าในเย็นวันนั้นศาสตราจารย์ไม่ได้ขึ้นรถไฟกลับบ้าน ภาวะเส้นเลือดในสมองแตกทำให้เขาเสียชีวิตเสียก่อน

ไม่ช้าบรรดาผู้โดยสารประจำสถานีชิบุยะก็คุ้นเคยกับภาพที่ไม่ชินตา สุนัขตัวสูงใหญ่มานั่งแกร่วอยู่บริเวณประตูทางเข้าชานชาลาในทุกเย็น มันนั่งตามลำพัง สงบนิ่ง ไม่ยอมลุกเดินไปไหน เพื่อรอคอยชายผู้เป็นเจ้าของที่ไม่มีวันกลับมา

ความจริงแล้วฮาชิไม่ได้เป็นที่รักใคร่ของทุกคนในสถานีรถไฟ บ่อยครั้งผู้โดยสารมักบ่นเรื่องนี้กับเจ้าหน้าที่ แม้แต่พนักงานสถานีรถไฟเองก็ไม่ได้ปฏิบัติต่อมันดีนัก บางครั้งฮาชิโดนเตะตี บางครั้งก็มีคนเอาสีไปป้ายทาตามตัว แต่ฮาชิไม่เคยแสดงท่าทีดุดันแข็งขืน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ดีและจัดหาอาหารให้มัน

ปี 1932 ผู้คนเริ่มเปลี่ยนทัศนคติ และหันมาปฏิบัติดีต่อฮาชิ เมื่อหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง โตเกียว อะซะฮิ-ชิมบุน ลงบทความ ‘เรื่องราวของสุนัขที่เศร้าสร้อย’ เพียงแค่ชั่วข้ามคืน ฮาชิกลายเป็นสุนัขที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซาอิโตะ ฮิโรกิชิ (Saito Hirokichi) คือชายคนที่ทำให้สื่อมวลชนหันมาสนใจชะตากรรมที่น่าเศร้าของฮาชิ

นับแต่นั้น คนจำนวนนับพันนับหมื่นพากันเดินมายังสถานีชิบุยะ เพื่อมาดูสุนัขที่กตัญญูที่สุดของโลกด้วยตาตนเอง เด็กนักเรียนลูบหัวฮาชิอย่างรักใคร่ สัตวแพทย์อาสามาช่วยตรวจสุขภาพให้มัน ส่วนคนทั่วไปมีดอกไม้และอาหารติดมือมาฝากมัน แม้กระทั่งจักรพรรดินียังทรงตรัสเสียพระทัยกับชะตากรรมที่น่าเศร้าของฮาชิ ฮาชิได้รับอนุญาตให้เดินเข้าออกภายในสถานีได้อย่างอิสระ มีพนักงานสถานีอาสาเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลมัน และมีการจัดที่หลับที่นอนให้กับคนสวนของศาสตราจารย์ที่ป่วยออดๆ แอดๆ และฮาชิภายในห้องเก็บพัสดุอีกด้วย

ชื่อฮาชิได้รับการเรียกขานใหม่เป็น ‘ฮาชิ-โกะ’ นับแต่นั้นเช่นกัน คำว่า ‘โกะ’ ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ‘เจ้าชาย’ หรือ ‘นายน้อย’

เจ้าหมาน้อยผู้ซื่อสัตย์ตัวนี้ได้ถูกสร้างอนุสรณ์ไว้ที่สถานีชิบูย่าของเมืองโตเกียว เพื่อเป็นการรำลึกถึงความซื่อสัตย์ที่มันมี ถ้ามีโอกาสอย่าลืมไปเยี่ยมเจ้าฮาชิโกะกันนะ