วิธีเลือกซื้อนกฟอพัส

วิธีเลือกซื้อนกฟอพัส

   นกฟอพัสเป็นนกที่ได้รับความนิยมนำมาเลี้ยงเป็นเพื่อน โดยปล่อยให้บินได้ภายนอกกรง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่า นกฟอพัส เป็นนกแก้วขนาดเล็กมาก แถมมีสีสันสวยงาม เสียงไม่ดังจนเป็นที่รำคาน สามารถปล่อยให้บินในที่พักได้ ซึ่งทำให้เกิดความประทับใจต่อผู้ที่ได้เลี้ยงนกชนิดนี้เป็นอย่างมากที่ได้ชื่นชมความสวยงามของตัวนกและความน่ารักเมื่อเจ้านกตัวน้อยเหล่านี้ได้ออกมาอยู่นอกกรง นอกจากนี้ในปัจจุบันได้มีการนำนกฟอพัสไปฝึกเพื่อนำไปปล่อยบินภายนอกอาคารแล้วกลับมาหาเจ้าของ ซึ่งทำให้ผู้เลี้ยงมีความเข้าใกล้ธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แต่ทุกขั้นตอนก่อนที่จะสามารถนำเขาออกมาเลี้ยงนอกกรง จะต้องมีวิธีการที่ถูกต้อง อันประกอบด้วย วิธีการซื้อ วิธีการเลี้ยงดู ตลอดจนถึงวิธีการฝึกฝน

วิธีการซื้อนกฟอพัส

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ก่อนที่จะทำให้เราได้ชื่นชมความสุข ความเพลิน อันแปลกใหม่ในชีวิตที่จะได้จากนกฟอพัส วิธีการซื้อนกลูกป้อน สามารถแยกเป็นประเด็นต่างๆได้ดังนี้

  • ไม่ควรซื้อลูกป้อนโดยการเปรียบเทียบราคา
  • ไม่ควรซื้อ จากแหล่งที่อาจมีเชื้อโรค
  • ไม่ควรซื้อ เพียงแค่ได้ดูรูปถ่าย
  • ไม่ควรซื้อลูกป้อนที่เคยผ่านการแยกจากแม่มาป้อน
  • ไม่ควรซื้อ เพราะว่าใจร้อน อยากได้ทันที
  • ควรซื้อลูกป้อนที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง
  • ควรได้มีโอกาสเลือกลูกป้อน
  • ควรซื้อจากผู้ขายที่สามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
  • ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจซื้อ

วิธีการเลี้ยงนกฟอพัส

เจ้าของทุกคนย่อมไม่ต้องการให้สัตว์ที่เลี้ยงอยู่ตาย ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินหรือเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพ สำหรับนกฟอพัสนั้น มีสาเหตุการตาย 2 แบบคือ

แบบที่1 ได้แก่พวกที่แก่ตายและเกิดอุบัติเหตุตายการป้องกัน สามารถทำได้ดังนี้

ควรเลือกซื้อลูกนกมาเลี้ยง เพราะลูกนกสามารถมีอายุอยู่ได้อีกนานจึงจะแก่ตาย

ไม่ควรนำลูกนกที่มีอายุแตกต่างกันมากมาเลี้ยงรวมกัน เพราะลูกนกที่มีอายุมากกว่าอาจจะทำร้าย พวกที่มีอายุน้อยกว่าจนตายได้

ไม่ควรนำลูกนกจำนวนมากเกินไปมาเลี้ยงรวมกัน ถ้ากรงที่ใช้เลี้ยงไม่ใหญ่มากพอ

แบบที่2 ได้แก่พวกที่เจ็บป่วยตาย ซึ่งส่วนมากมักมีสาเหตุมาจากการเกิดโรคท้องเสีย แฮงเกอร์แต่มักจะเป็นเฉพาะตัวมันเองเท่านั้นการป้องกัน สามารถทำได้ดังนี้

ควรเลือกซื้อนกที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ร่าเริง แจ่มใส ไม่หงอยซึม

ควรสร้างโรงเรือนที่ล้อมด้วยตาข่ายลวดตาเล็ก เพื่อป้องกัน หนู และงู เข้าไปทำร้าย

ก่อนนำนกใหม่เข้าโรงเรือนเพาะเลี้ยง ควรนำนกไปทำความสะอาดตัวโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเจือจางอาบทั้งตัวแล้วอาบด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นนำไปผึ่งแดดอ่อนๆจนตัวแห้งแล้วจึงนำนกเข้าโรงเรือน

น้ำกิน อาหารให้สะอาดอยู่เสมอ และต้องไม่ขาด

ดูแลทำความสะอาดอุปกรณ์ กรง และโรงเรือนอยู่เป็นประจำ

ควรหมั่นตรวจตา นกที่อยู่ในโรงเรือนว่ามีอาการผิดปกติ เช่น หงอยซึม ขนพองฟู หัวซุกปีกหรือไม่ ถ้ามี ควรแยกออกจากฝูงเพื่อทำการรักษา

ในกรณีที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ควรให้ยาป้องกันซัก 1-3 วัน  โดยสังเกตจากตัวนกว่าขนเริ่มพองฟู หัวซุกปีกหรือไม่

 

 

วิธีดูแลตัวเองของสาวๆ

วิธีดูแลตัวเองของสาวๆ

อยากสวยทำไงดี  เอาล่ะค่ะ เรามาปฏิวัติเปลี่ยนความโทรมให้เป็นความสวยกันดีกว่า ด้วยวิธีดูแลตัวเอง  ที่สามารถทำได้ง่ายๆ แต่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน รับรองว่าเราจะค่อยๆ สวยขึ้นในแบบของตัวเอง

สวยจากภายในสู่ภายนอก

เริ่มจากปรับอาหารการกินกันก่อนเลย จากที่เคยกินแต่อาหารสำเร็จรูป ผัก ผลไม้ไม่แตะ ก็ต้องเปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพิ่มผักและผลไม้เข้าไปในแต่ละวัน เลือกเมนูที่ไขมันน้อยหน่อย รวมถึงอาหารที่ให้โปรตีนสูง เช่น ไข่ เนื้อไก่ ปลา ถั่ว ซึ่งอาหารดีๆ นอกจากจะช่วยให้ร่างกายเราฟิตขึ้นแล้ว ยังบำรุงผิวพรรณและทำให้ระบบขับถ่ายมีประสิทธิภาพดีขึ้นอีกด้วย

ดื่มน้ำเพิ่มความชุมชื้นให้ผิว

การดื่มน้ำมากๆ เป็นคีย์หลักของผิวเปล่งปลั่งเลยล่ะ ตื่นนอนมาก็ดื่มน้ำสัก 1-2 แก้ว เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้ขยับตัวและนำไปสู่การขับถ่ายของเสีย เป็นการดีท็อกซ์ตั้งแต่เริ่มต้นวัน จากนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตรเป็นประจำ เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณ และชดเชยน้ำที่เสียไประหว่างวันด้วย

อาบน้ำให้ดี ผิวก็เป๊ะขึ้นได้

สาวคนไหนชอบอาบน้ำอุ่นบ่อยๆ สังเกตเลยว่าผิวจะแห้งเป็นขุยง่ายกว่าปกติ ดังนั้นมาเปลี่ยนเป็นอาบน้ำด้วยอุณหภูมิปกติจะเวิร์กกว่า หรือถ้าจำเป็นต้องอาบน้ำอุ่นก็ไม่ควรอาบนานเกิน 10 นาที และระหว่างที่อาบน้ำก็ควรใช้ใยบวบหรือที่ขัดตัวมาขัดนวดผิวเบาๆ ไปด้วย เพื่อขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกและยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือดด้วย ผิวกระจ่างใสแบบมีเลือดฝาดก็คราวนี้แหละ

อย่าขี้เกียจทาครีมบำรุงผิว

หลังจากที่เราอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ควรจะทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวพรรณทันที เพราะผิวของเรากำลังเปิดรับการบำรุงแบบเต็มที่ โดยเลือกใช้ครีมที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง รวมถึงเหมาะกับสภาพอากาศด้วย สำหรับกลางวันก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อบางเบา มีส่วนผสมของสารกันแดด ส่วนกลางคืนควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมอยส์เจอไรเซอร์สูง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวขณะนอนหลับ ทาทั้งผิวหน้าและผิวกายเลย

อย่าลืมสครับผิวบ้างนะ

ถึงแม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถผลัดเซลล์ผิวได้เองทุก ๆ 28 วัน แต่ว่ามลพิษและสิ่งสกปรกต่างๆ ที่เราต้องเจอในแต่ละวัน ก็อาจจะทำให้วงจรสะดุดได้ ทำให้เป็นสาเหตุของสิวอุดตัน สาวๆ จึงควรจะสครับผิวเพิ่มเติมบ้างสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวก็จะกระจ่างใส นุ่มเนียน น่าสัมผัสขึ้น จะเป็นสูตรธรรมชาติอย่างมะขามเปียกผสมเกลือยอดฮิต หรือใช้บอดี้สครับแบรนด์ดังก็แล้วแต่ถนัด แต่งานนี้ต้องทำต่อเนื่อง ขัดครั้งเดียวไม่เห็นผลนะ

บำรุงปากให้เนียนนุ่ม น่าจุ๊บ

ริมฝีปากก็เป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะถ้าปล่อยให้ปากแห้งลอกเป็นแผ่นๆ นอกจากจะดูไม่ดีแล้ว เวลาทาลิปสติกก็ตกร่อง ทาไม่ติดอีกต่างหาก วิธีแก้ก็คือสครับริมฝีปากด้วยน้ำผึ้ง น้ำตาล และน้ำมันมะพร้าว ผสมให้เข้ากันอย่างละ 1 ช้อนชา แล้วนำมาถูรอบปากเบาๆ ประมาณ 5 นาที จากนั้นก็บำรุงด้วยลิปบาล์มต่อ เท่านี้ก็จะช่วยให้ปากเรียบเนียน ดูอมชมพูขึ้น

กำจัดสิวให้ถูกวิธี อย่าแกะสิวเด็ดขาด

ต้องล้างเครื่องสำอางก่อนเสมอ ไม่อย่างนั้นสิ่งสกปรกจะหมักหมมจนเกิดสิวเม็ดเป้งตามมา ซึ่งเวลาเป็นสิวเนี่ย อย่าบีบแกะแคะเด็ดขาด เพราะจะกลายเป็นแผลเป็น รักษายากไปอีก ลองใช้วิธีจัดการสิวแบบประหยัดนี้ดู นำเบกกิ้งโซดาที่มีอยู่ในครัว 1/2 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น 3-4 หยด แต้มหัวสิวทิ้งไว้ 20-40 นาที ล้างออก ทำอย่างนี้วันละครั้ง หรือจะใช้สำลีชุบน้ำมะนาวเล็กน้อยทาลงบนหัวสิว ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วค่อยล้างออก สิวจะยุบเร็วทันใจเลยล่ะ แต่ถ้าให้ชัวร์ก็ไปรักษากับคุณหมอจะดีที่สุด

เลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับตัวเอง

บางทีสิ่งที่ดึงดูดสายตาก็คือแฟชั่นการแต่งตัวของพวกเธอนี่แหละที่ดูมีสไตล์ซะเหลือเกิน ดังนั้นเราเลยต้องใส่ใจกับการเลือกเสื้อผ้า โดยต้องรู้จักรูปร่างของตัวเองเสียก่อนว่าเรามีจุดบกพร่องตรงไหน โชว์ส่วนไหนได้ สีผิวเหมาะกับโทนใด และอัปเดตเทรนด์แฟชั่นเสมอ หน้าเป๊ะแต่ใส่ชุดป้าก็ไม่ไหวนะ

เปลี่ยนทรงผมซะบ้าง

ทรงผมก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ลุคของเราออกมาสวยในหลายๆ แบบ ผมยาวอาจทำให้ดูสวยหวานก็จริง แต่ถ้าไม่รู้จักบำรุงให้ดีก็ยิ่งทำให้กลายเป็นผู้หญิงที่ไม่ดูแลตัวเองไปอีก ทางที่ดีต้องหัดเล็มผมเสียออกบ้าง สัก 1-2 เดือนครั้ง หรือทางเลือกหนึ่งก็คือเปลี่ยนทรงผมบ้าง หาทรงที่เข้ากับรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นทรงผมสั้นประบ่า ทรงบ๊อบสดใสช่วยให้ดูเด็ก หรือจะทำสีผม ดัดลอนต่างๆ ก็ทำให้ดูน่ามอง แถมแก้อาการเบื่อหน้าตัวเองด้วยนะ

หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงกลางวัน

อยากสวยขึ้น ผิวขาวขึ้น ทาครีมบำรุงอย่างเดียวไม่พอ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงกลางวันด้วย โดยเฉพาะแสงแดดในช่วงเวลา 09.00–15.00 น. ที่มีความเข้มของรังสียูวีสูงกว่าช่วงเวลาอื่นๆ จึงทำให้ผิวสวยๆ ของเราคล้ำเสียและเสี่ยงต่อโรคมะเร็งผิวหนังได้ ที่สำคัญอย่าลืมปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูง ใส่หมวก กางร่ม ทำให้ติดเป็นนิสัยก็จะช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นแล้ว

ออกกำลังกายเป็นประจำ

วิธีเปลี่ยนตัวเองให้สวยแบบเปล่งปลั่ง ต้องนี่เลย ออกกำลังกายเป็นประจำ แค่เพียงออกไปเดินสลับวิ่งเหยาะๆ ในสวนสาธารณะหรือรอบหมู่บ้าน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ก็จะช่วยให้เราได้สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกับช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณและหน้าตาสดใส แลดูอ่อนกว่าวัย แล้วยังเป็นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ ได้ลดความอ้วนไปในตัว ทั้งหุ่นดีและผิวปิ๊งในขั้นตอนเดียว

มาสก์หน้าก่อนนอน หน้าฉ่ำใสสไตล์สาวเกาหลี

เคล็ดลับผิวสวยของสาวเกาหลี เขาจะนิยมมาสก์หน้าก่อนนอนสัก 15 นาที เพื่อให้ผิวได้ผ่อนคลาย และส่วนผสมในมาสก์ยังช่วยบำรุงผิวแบบเต็มๆ ทำให้ผิวนุ่มฉ่ำฟู ตื่นมาหน้ากระจ่างใส ใครงบน้อยก็ยังจัดได้ แต่ถ้าไม่ชอบใช้แผ่นมาสก์หน้า ลองมาทำสูตรมาสก์หน้าเองด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่ในบ้าน อย่างโยเกิร์ต น้ำผึ้ง มะเขือเทศ แตงกวา หรือว่านหางจระเข้ ก็ทำให้ผิวใส ไร้ริ้วรอยได้เช่นกัน

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

เรื่องการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอสำคัญมาก ควรนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อเป็นการฟื้นฟูผิวและรีสตาร์ตร่างกายให้สดชื่นได้ดีที่สุด เมื่อตื่นนอนตอนเช้า ผิวก็จะดูเปล่งปลั่ง ดวงตามีประกายสดใส พร้อมทำกิจกรรมทั้งวัน เพราะฉะนั้นใครที่ชอบดูซีรีส์ดึก ๆ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วล่ะ

 

กินน้อยแต่อ้วน

กินน้อยแต่อ้วน

การควบคุมอาหาร เป็นหนึ่งในวิธีการลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถเริ่มทำได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งการเลือกรับประทานอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผอม หรืออ้วนขึ้นได้ และเพราะแบบนี้เลยทำให้คนที่ต้องการลดน้ำหนักส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะรับประทานอาหารให้น้อยลงกว่าเดิม พบว่าแม้จะกินน้อยแต่อ้วนแปลว่าคุณกำลังมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ผิดๆ ซึ่งส่งผลอันตรายถึงสุขภาพ

การที่เรากินน้อยลงติดต่อกันเป็นเวลานานๆ โดยที่ปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไปนั้นมีสารอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จะทำให้ร่างกายเข้าใจว่าเรากำลังขาดสารอาหาร และอยู่ในภาวะใกล้อดตาย และทำให้ร่างกายเริ่มเข้าสู่ภาวะจำศีลโดยอัตโนมัติ ซึ่งในภาวะนี้ร่างกายจะลดการเผาผลาญพลังงานลงให้เหลือแค่เท่าที่จำเป็นต้องร่างกาย นั่นหมายความว่าร่างกายจะหยุดเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย เพื่อเก็บสะสมไขมันไว้เป็นพลังงานสำรอง ดังนั้นผลที่ตามมาก็คือ ร่างกายจะดูเหมือนน้ำหนักลง แต่จริงๆ แล้วเป็นปริมาณกล้ามเนื้อและน้ำในร่างกายลดลงแต่ปริมาณไขมันยังอยู่เท่าเดิม

ใครที่เลือกอดอาหาร ควรเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะถ้าอยากจะผอมแบบยั่งยืนควรหันมาเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์มากขึ้น อีกทั้งยังควรเน้นไปที่การลดไขมันในร่างกายมากกว่า ตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนักจะดีกว่า เพราะจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดี และรูปร่างที่ดีได้โดยไม่ต้องมานั่งกังวลกับตัวเองว่า กินน้อยแต่อ้วน

การเลือกรับประทานอาหารส่งผลต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก หากเราเลือกให้เหมาะสมนอกจากเราจะผอมเรายังมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย

กัญชาแมว

กัญชาแมว

กัญชาแมว คือ พืชคนละชนิดกันตำแยแมวใช้ราก กัญชาแมวใช้ใบและทั้งสองชนิดก็ไม่ใช่ยาเสพติดสำหรับแมว  

ตำแยแมว เป็นวัชพืชในเขตร้อน พบมากทั่วไปในประเทศไทย ใบมีลักษณะ แผ่เรียงตัวเป็นลักษณะจำเพาะเห็นครั้งเดียวก็จะจำได้ครับ ซึ่งตำแยแมวมีน้ำมันที่มีชื่อว่า Nepetalactone อันเป็นสารประกอบ Lactone ชนิดไม่อิ่มตัวซึ่งมีฤทธิ์กับแมว โดยกลิ่นจะอยู่ที่ราก ถอนขึ้นมาล้างรากให้สะอาด ตัดส่วนใบออก แล้วให้แมวได้เลย 

ตำแยแมว ปลูกได้ง่ายมากๆ กระจายทั้วในสนามที่บ้านส่วน กัญชาแมว เป็นพืชตระกูลเดียวกับ มินท์ สะระแหน่ โหระพา ปลูกในเมืองไทยได้สบาย

ดินควรเป็นดินทราย  Catnip จะมีสารออกฤทธิ์ คือ Nepetalactone เช่นเดียวกับ ตำแยแมว ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหย เมื่อแมวได้กลิ่นหรือกินจะทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม มีความสุข 

แมวบางตัวหากกินมากเกินไป ทำให้ง่วงนอนแทน แต่ไม่มีอันตรายใดๆ จะมีฤทธิ์เพียง 5-15 นาที
ปัจจุบันเราจะเห็นกัณชาแมววางขายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอบแห้ง
สเปรย์ และมีการประยุกต์ใส่ในของเล่นของ หรือต้นสดๆ ที่สามารถนำมาปลูกเองที่บ้านได้ 

ข้อดีของกัญชาแมว 

คือช่วยลดความเครียดให้แมวที่เลี้ยงในบ้านตลอดเวลา หรือสามารถลดพฤติกรรมชอบข่วนฟอร์นิเจอร์ที่เกิดจากความเครียด  อีกทั้งยังสามารถเป็นอุปกรณ์ในการช่วยฝึกแมวได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามความฟินและความเคลิ้ม  วิธีการเก็บรักษารูปแบบอบแห้งนั้นควรปิดปากถุงให้สนิทและเก็บไว้ที่เย็น หรือถ้าเป็นรูปแบบสเปรย์ก็ควรปิดฝาหลังใช้งานให้สนิทเช่นกัน เพื่อป้องกันการระเหยออกของสารออกฤทธิ์ ยังไงก็ตามกัณชาแมวก็ไม่ได้จัดเป็นสารเสพติดแต่อย่างไร อีกทั้งยังมีความปลอดภัยต่อแมวอีกด้วย

มาดูภาพแมวเมื่อได้สัมผัสกัญชาแมวกัน

 

 

 

 

วิตามินอี ดีต่อสุขภาพ

วิตามินอี ดีต่อสุขภาพ

วิตามินอี เป็นสารที่จำเป็นต่อร่างกายในด้านสุขภาพ อีกทั้งยังมีประโยชน์ด้านความงาม และเพื่อการเสริมวิตามินอีที่ถูกต้องเหมาะสม จึงควรทำความเข้าใจให้มากขึ้น เกี่ยวกับความต้องการวิตามินอีในร่างกาย และการรับประทานอาหารเสริมวิตามินอีที่เพียงพอ รวมถึงประโยชน์ของวิตามินอีในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ยา อาหาร และเครื่องสำอาง

รู้จักกับวิตามินอี

วิตามินอี เป็นหนึ่งในวิตามินที่ละลายในไขมันได้ดี ร่างกายจำเป็นต้องใช้วิตามินอีเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ ประโยชน์ของวิตามินอีคือป้องกันการแตกของเม็ดเลือด ป้องกันการอุดตันของเม็ดเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันการอักเสบรูปแบบของวิตามิน มีความหลากหลายมาก อาทิ ยาน้ำ แคปซูลชนิดนิ่ม อาหารทางการแพทย์ นมทางการแพทย์ วิตามินรวมซึ่งมีวิตามินอีประกอบอยู่ด้วย ครีมทาผิว โลชั่นบำรุงผิว และอื่นๆ นอกจากนี้วิตามินอียังมีอยู่ในอาหารธรรมชาติ โดยเฉพาะในผักและผลไม้

วิตามินอีอยู่ในอาหารชนิดใดบ้าง

วิตามินอี สามารถหาได้จากอาหารธรรมชาติหลายอย่าง เช่น ไข่ พืช ผัก ผลไม้ อาหารจำพวกถั่ว นอกจากนี้ยังมีอยู่ในน้ำมันที่มีส่วนผสมของถั่ว อาทิ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น

ประโยชน์ของวิตามินอี

วิตามินอีในรูปแบบยา ช่วยรักษาโรคต่างๆ จนถึงโรคที่มีการนำวิตามินอีไปใช้นอกข้อบ่งใช้หลัก เช่น โรคปวดปลายประสาทจากการติดเชื้องูสวัด และโรคอัลไซเมอร์วิตามินอีในรูปแบบอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ใช้เป็นสารกันหืนในอาหาร และใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงร่างกาย วิตามินอีในรูปแบบเครื่องสำอาง ใช้เป็นครีมบำรุงผิว เป็นสารกันหืน สารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ใช้ผสมในครีมกันแดด เนื่องจากวิตามินอีสามารถกรองรังสี UVB ได้

ข้อควรระวัง

หากมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้งว่าสามารถทานวิตามินอีเพื่อเป็นการเสริมอาหารได้หรือไม่ เพื่อตรวจสอบว่ายาที่รับประทานอยู่เดิมกับวิตามินอีนั้นมีอันตรกิริยาต่อกันหรือไม่ ทั้งนี้ยกตัวอย่างเช่น ยาบางกลุ่มอาจเกิด ยาตีกัน กับวิตามินอีได้ เช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านไวรัส ยาเคมีบำบัดหรือยากดภูมิเป็นต้น ซึ่งผลที่ตามมาอาจทำให้ยาที่ใช้อยู่ไม่ได้ผล เกิดอาการเลือดออกผิดปกติ หรืออาการข้างเคียงอื่นๆ ได้

อาการของคนที่ขาดวิตามินอี

อาการที่สังเกตได้คือเรื่องประสาทการรับสัมผัส ผู้ที่ขาดวิตามินอีจะรู้สึกชา ส่วนอาการอื่น ๆ ที่เกิดจากการขาดวิตามินอี ได้แก่ ความผิดปกติทางระบบประสาท ระบบเลือด ระบบสืบพันธุ์

อาการของคนที่ได้รับวิตามินอีมากเกินไป

โดยปกติร่างกายคนเราจะสามารถทนกับวิตามินอีได้ค่อนข้างสูง และจะได้รับผลข้างเคียงเมื่อรับวิตามินอีที่ 800 IU อาการแสดงคือคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย มึนงงได้

 

รีวิวเจลแต้มสิว

PEURRi Rapid All Acne Clear Gel

PUERRi เป็นเจลแต้มสิวที่ตอบโจทย์คนเป็นสิวได้ดีสุด ๆ เพราะทำให้สิวหายได้จริง ด้วย Acnacylic Technology ทาแล้วสิวยุบเร็วใน 24 ชม. ซึ่งเค้ากล้าออกมาพิสูจน์ประสิทธิภาพให้ดูกันแบบเรียล ๆ ด้วยการไลฟ์หัวสิวให้ดู 24 ชม. ที่สำคัญใช้ได้กับสิวทุกประเภท แถมยังช่วยควบคุมความมัน ลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ซ้ำที่รอยเดิม ทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิว ลดโอกาสการทิ้งรอยสิว บอกเลยว่าดูแลผิวในทุกระยะของการเป็นสิวจริง ๆเนื้อสัมผัส : เนื้อเจลสีส้มอ่อน บางเบา ซึมไว กลิ่นไม่ฉุนเหมาะกับ : ผิวแพ้ง่าย เป็นสิวบ่อย ต้องการให้สิวยุบไว ราคา : 229 บาท ปริมาณ : 8 กรัม (กรัมละ 28.6 บาท)

La Roche-Posay Effaclar A.I.

มาต่อที่แบรนด์เวชสำอางชื่อดังอย่าง La Roche-Posay เจลแต้มสิวรุ่น Effaclar A.I. เป็นผลิตภัณฑ์อันดับ 1 ในกลุ่มดูแลสิวของเค้าเลย โดยทางแบรนด์เคลมว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาสิวของสาว ๆ ได้อย่างตรงจุด ลดการสะสมของแบคทีเรีย ดูแลสิวอุดตัน สิวที่เกิดจากความมันบนใบหน้า รวมไปถึงรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิวได้อย่างดี ที่สำคัญคือผ่านการทดสอบแล้วว่าอ่อนโยนเป็นพิเศษ ผิวบอบบาง แพ้ง่ายใช้ได้แน่นอนเนื้อสัมผัส : เนื้อเจลบางเบา ซึมง่ายเหมาะกับใคร : คนที่มีปัญหาสิว รวมไปถึงคนที่ผิวแพ้ง่าย ปริมาตร​ : 15 ml ราคา : 890 บาท

Jula’s Herb Marigold Acne Gel

   เจลแต้มสิวดอกดาวเรืองตัวดังและใช้ดีจนต้องบอกต่อ ด้วยสารสกัดที่คิดค้นมาพิเศษ มีส่วนช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุสำคัญของการเกิดสิว และที่สำคัญคือป้องกันการอักเสบของสิว พร้อมช่วยสมานรอยแผลได้ชะงัด แนะนำให้แต้มไปบนหัวสิว ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก รุ่งขึ้นสิวจะยุบลงอย่างเห็นได้ชัดเลย แต่อย่าทาทิ้งไว้ค้างคืนนะคะ เพราะอาจทำให้หน้าแห้งได้ หลอดนี้ 40 มิลลิลิตร ราคา 195 บาท

Dr.Somchai Acne Spot Touch Gel

   เจลแต้มสิวยอดฮิตอีกตัวที่ครองใจคนเป็นสิว เพราะเป็นสูตรเร่งด่วน สิวแห้ง ยุบไว้ และไม่ทิ้งรอยดำด้วย โดยตัวเจลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวและขจัดสิวออกพร้อม ๆ กัน และที่หลายคนชอบก็คือเนื้อเจลชุ่มชื้นมาก ไม่ทำให้ผิวแห้ง แถมยังหลอดเล็กพกพาสะดวก แต้มทับเครื่องสำอางได้แบบไม่ทิ้งคราบ หรือจะทาบาง ๆ ไว้ก่อนนอนก็ได้ทั้งนั้น ขนาด 4 กรัม ราคา 149 บาท สบายกระเป๋าไปอีก

 Smooth-E Acne Hydrogel Plus

จะไปเที่ยวแล้วสิวดันขึ้น คือเบื่อมากกก และถ้าเป็นสิวไม่มีหัวที่บีบออกเองไม่ได้ยิ่งแล้วใหญ่ งานนี้ขอแนะนำเจลแต้มสิวหลอดสีเขียวจาก Smooth-E ที่หลายเสียงบอกมาว่าเวิร์กมาก สามารถแต้มได้ตั้งแต่สิวเริ่มแดงนูน แตะแล้วเจ็บ หรือเป็นไต ๆ ด้านล่าง สังเกตได้เลยว่าสิวยุบลงเร็วเว่อร์ในไม่กี่วัน และไม่เกิดรอยดำตามมาด้วย เนื้อเจลก็ค่อนข้างบางเบา แต่อาจจะทำให้ผิวแห้งนิดหนึ่ง จึงควรบำรุงเพิ่มด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ค่ะ ขนาด 10 กรัม ราคา 240 บาท

 

แม้สิวจะเป็นจุดเล็กๆแต่เป็นปัญหาใหญ่กวนใจสาวๆ พอขึ้นมาแต่ละที อยากจะร้องกรี๊ดเรักษาสิวก็แล้ว แต่งหน้ากลบก็แล้ว แต่ดูเหมือนสิวเจ้ากรรมจะหายช้าซะเหลือเกิน เราจึงต้องหาตัวช่วยอย่างเจลแต้มสิว มาใช้กันเป็นการด่วน ซึ่งใครที่อยากสิวยุบไว หายอักเสบเร็วๆ ละก็ก็ลองหามาใช้กันดูได้ค่ะ

ล้างมือให้สะอาดห่างไกลโรค

ล้างมือให้สะอาดห่างไกลโรค

เผยผลสำรวจพฤติกรรมสุขภาพคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศเสี่ยงป่วยโรคทางเดินอาหาร เช่น โรคอุจจาระร่วง เนื่องจากเมินล้างมือฟอกสบู่หลังใช้ห้องน้ำก่อนรับประทานอาหาร โดยพบว่ามีเพียงร้อยละ 25 ที่มือสะอาด ล้างทุกครั้งติดเป็นนิสัย ชี้ผลวิจัยต่างประเทศพบว่าการล้างมือและฟอกสบู่จะขจัดเชื้อโรคออกจากมือได้ถึงร้อยละ 92 ป้องกันการป่วยได้ดีพอๆกับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าการสำรวจพฤติกรรมการล้างมือด้วยน้ำและสบู่ของประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปกระจายทั้ง 4 ภาครวมทั้งในเขตกทม.และปริมณฑล ซึ่งการล้างมือเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่เร่งปลูกฝังเนื่องจากมีประสิทธิภาพ เป็นวิธีการป้องกันโรคที่ประหยัด ให้ผลดีเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

 

ผลการสำรวจครั้งนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 512 คน ผลปรากฏว่ามีกลุ่มตัวอย่างที่มีพฤติกรรมมือสะอาดล้างมือฟอกสบู่ติดเป็นนิสัย กระทำทุกครั้งหลังจากเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร ร้อยละ 25 ผู้หญิงล้างมากกว่าผู้ชาย  กลุ่มที่ล้างมากอันดับ 1 ได้แก่พนักงานบริษัท รองลงมาคือนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มว่างงาน โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือปฏิบัติมากที่สุด รองลงมาคือภาคเหนือ และกทม ปริมณฑล

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ล้างบ้างไม่ล้างบ้าง และไม่เคยล้างเลย กลุ่มหลังนี้ มีความเสี่ยงติดเชื้อและแพร่เชื้อโรคต่างๆที่ติดมากับมือ ไปสู่คนอื่นได้ เช่นเชื้อโรคอุจจาระร่วง โรคดังกล่าวพบได้ตลอดปีปีละมากกว่าล้านกว่าราย  สาเหตุของโรคนี้เกิดได้จากทั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่มีอยู่ในอุจจาระ  ซึ่งสามารถป้องกันได้โดยการล้างมือและฟอกสบู่

พฤติกรรมการล้างมือฟอกสบู่นั้น ควรเริ่มในครอบครัว ควรเริ่มสอนตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก สำคัญที่สุดพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเป็นแบบอย่างที่ดี เด็กจะเกิดการเรียนรู้และจดจำโดยอัตโนมัติ ขณะที่ฝึกเด็กจะต้องสร้างบรรยากาศให้เป็นเรื่องสนุกที่เด็กๆชอบด้วย

การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดถูกวิธีมี 7 ขั้นตอน

  1. ฝ่ามือถูกัน
  2. ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว
  3. ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว
  4. หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ
  5. ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบฝ่ามือ
  6. ปลายนิ้วถูขวางฝ่ามือ
  7. ถูรอบข้อมือ

ทุกขั้นตอนทำสลับกันทั้ง 2 ข้าง  ใช้เวลาไม่นานเพียง 10-20 วินาที  หากทุกคนหมั่นล้างมือให้สะอาด จำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินอาหารจะลดลง  รวมทั้งลดโรคอื่นๆที่เชื้อติดมากับมือเช่นกัน เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ แม้กระทั่งโควิด19 ที่ระบาดอยู่ตอนนี้ด้วย

 

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัณโรค 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัณโรค 

 

        ในอดีตโรค วัณโรค ก็ถือเป็นโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจที่สร้างความหวาดกลัวและพรากชีวิตของใครหลายคนเช่นเดียวกัน ซึ่งในวันที่ 24 มีนาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็นวันวัณโรคโลกเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องว่าปัจจุบัน โรควัณโรคไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดและสามารถรักษาได้ 

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสมัย ก่อน ความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์นั้นยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ผู้ป่วยวัณโรคไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที อีกทั้งยาในสมัยก่อนมีผลข้างเคียงเยอะ ทำให้ผู้ป่วยกินๆ หยุดๆ กินยาไม่ครบจนเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตลง

ปัจจุบันวัณโรคหากได้รับการรักษาที่ทันท่วงที กินยาจนครบก็สามารถรักษาได้ แต่ก็โอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้เช่นเดียวกัน โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโรคได้คาดการณ์ตัวเลขของผู้ที่มีเชื้อวัณโรคอยู่ในร่างกายพบว่ามีมากถึง 54 ล้านคนทั่วโลก แต่จะมีผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้อยู่แค่ประมาณ 6-7 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับคนที่มีร่างกายอ่อนแอ ดังนั้นถึงแม้จะรักษาจนหายดีแล้ว แต่หากวันไหนที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานตกต่ำลง โอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำก็มีความเป็นไปได้

วัณโรคเป็นแค่การติดเชื้อที่ปอดหรือไม่

การติดเชื้อของวัณโรคนอกจากจะติดเชื้อที่ปอดแล้ว สามารถลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ เช่น การติดเชื้อขึ้นสมอง ต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูก ตับ ต่อมหมวกไต ซึ่งถ้าหากการติดเชื้อลุกลามไปในอวัยวะส่วนอื่น การรักษาจะยากขึ้น และอาจมีภาวะแทรกซ้อนมากขึ้นตามมา 

วัณโรคที่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ จะมีอาการอย่างไร          

ขึ้นอยู่กับว่าเชื้อได้กระจายไปยังอวัยวะส่วนไหน เช่น ถ้ากระจายมาที่ต่อมน้ำเหลือง จะมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต มีก้อนอยู่บริเวณคอ ซึ่งหากดูภายนอกจะแยกไม่ออกว่าเป็นโรคมะเร็งหรือโรคอะไร ต้องใช้วิธีการตรวจชิ้นเนื้อถึงจะรู้ผล หรือถ้าเชื้อกระจายไปที่สมอง ส่วนมากจะพบในเด็กโดยจะมีอาการซึม ปวดศีรษะ ชัก แต่ถ้าพบในผู้ใหญ่จะมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง คอแข็ง 

อาการของวัณโรค

วัณโรค โดยทั่วไปแล้วคนที่มีร่างกายปกติจะไอและหายได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่คนที่เป็นวัณโรคส่วนใหญ่จะเริ่มจากมีอาการไอเรื้อรัง ซึ่งอาการไอเรื้อรังนั้นต้องมีการไอติดต่อกันนานไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีอาการไอเรื้อรังจะต้องเป็นวัณโรคเสมอไป เพราะต้องดูสัญญาณและอาการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย มีไข้ ไอมีเลือดปน เจ็บหน้าอก หายใจขัด ฯลฯ หากใครมีอาการเหล่านี้ให้รีบมาตรวจทันที

วิธีป้องกันโรควัณโรค

ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี ออกกำลังกายสม่ำเสมอและทานอาหารที่มีประโยชน์

หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค

รับประทานยาป้องกันตามแพทย์สั่ง ในรายที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง แพทย์อาจสั่งจ่ายยาเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง

ฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ การได้รับวัคซีนป้องกันวั ตั้งแต่เด็กจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรค

 

 

 

 

เก็บเงินฉบับคนเริ่มทำงาน

เก็บเงินฉบับคนเริ่มทำงาน

        วิธีเก็บเงินฉบับคนเริ่มทำงาน  คนที่พึ่งเริ่มต้นทำงาน เงินเดือนยังไม่สูงมาก สามารถวางแผนการเงินได้ เริ่มเก็บเงิน บางที เราอาจจะรู้สึกว่าเพิ่งเริ่มต้นทำงาน เงินเดือนยังน้อยอยู่ แล้วจะวางแผนการเงินได้อย่างไร แต่บอกว่าการวางแผนการเงินเป็นเรื่องของคน การเก็บเงิน ออมเงินก็เป็นเรื่องจำเป็น ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่  ทุกคนต้องวางแผนการเงินเพื่อเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคนนั่นเอง

ช่วงเริ่มต้นทำงาน ซึ่งเป็นช่วงที่ยังค้นหาตัวเอง และค้นหาอาชีพที่ใช่ เป็นช่วงที่รายได้ยังไม่สูงมาก แต่มีรายจ่ายพอสมควรทีเดียว เนื่องจากเพิ่งจะมีรายได้เป็นของตัวเอง ก็อาจจะมีความอยากได้ในสิ่งต่างๆ เช่น บ้าน รถ หรืออุปกรณ์เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ชีวิต นอกจากนี้เป้าหมายทางการเงินของคนในวัยนี้มักจะเป็นเป้าหมายระยะสั้น เช่น ออมเพื่อแต่งงาน ออมเพื่อเรียนต่อ หรือออมเพื่อดาวน์รถ และมักจะยังไม่คิดถึงเป้าหมายระยะยาว เช่นการวางแผนเกษียณอายุ เพราะคิดว่ายังเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ถ้าหากอ่านบทความนี้ แล้วเริ่มเก็บเงินบริหารเงินและเก็บเงินตั้งแต่อายุน้อยๆ  เพราะว่าออมก่อนลงทุนก่อนรวยกว่าจริงๆ

เรามาเรียนรู้วิธีเก็บเงินสำหรับคนเริ่มทำงานกันเลยดีกว่า

การทำบัญชีรายรับรายจ่าย

        การรู้จักตนเอง นั่นก็คือ เราต้องรู้สถานภาพทางการเงินของตัวเองก่อน  ด้วยการทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และการทำงบการเงินส่วนบุคคลนั่นเอง เพื่อให้รู้ว่าใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง  เราสามารถเก็บเงินออมได้เดือนละกี่บาท

ตั้งเป้าเงินออม

      การออมเงิน คือจุดตั้งต้นของความสำเร็จทางการเงิน กำหนดเลยว่าจะเก็บเงินออมกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ขั้นต่ำคือ 10% ของรายได้ ต้องเก็บก่อนใช้ เพราะถ้าใช้ก่อนเก็บรับรองได้เลยไม่มีเงินเหลือเก็บอย่างแน่นอน 

ออมอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

        เก็บเป็นเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินอย่างน้อย 3 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน ซึ่งเงินก้อนนี้จะเป็นเงินที่มีไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น อุบัติเหตุหรือตกงาน ควรฝาก บัญชีออมทรัพย์ บัญชีฝากประจำเผื่อฉุกเฉิน หรือนำไปลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้นสำรวจความต้องการเรื่องประกันของตัวเอง เช่น ลองสำรวจตัวเองว่าเรามีภาระที่ต้องดูแลรับผิดชอบใครบ้างหรือไม่ โดยมากคนเริ่มต้นทำงานมักไม่มีภาระ ซึ่งถ้าไม่มีภาระ ในช่วงต้นก็อาจจะยังไม่ต้องทำประกันชีวิต แต่ถ้าคุณเป็นลูกคนโต ต้องดูแลพ่อแม่ ต้องเลี้ยงน้อง ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ นั่นก็แปลว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากไปก่อนวัยอันควร ก็จะมีคนลำบาก อย่างนี้ต้องมาพิจารณาทำประกันชีวิตที่ได้ทุนประกันหรือความคุ้มครองประมาณ 5 เท่าของรายจ่ายที่คุณต้องรับผิดชอบต่อปี เป็นต้น ส่วนประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ ต้องทบทวนสวัสดิการที่มีอยู่ว่าเพียงพอตอบโจทย์ความต้องการหรือไม่

        การลงทุนที่เหมาะสม เนื่องจากวัยเริ่มต้นทำงาน ยังมีเวลาเก็บเงินอีกนาน สามารถกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงได้ อาจตั้งเป้าหมายผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงได้ แต่อย่าลืมว่า การลงทุนมีความผันผวน สิ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงก็จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นไปด้วยเช่นกัน ลองดูตัวอย่างพอร์ตข้างล่าง ซึ่งการจัดสรรเงินลงทุน ก่อนลงทุน ผู้ลงทุนควรทำแบบสอบถามเพื่อประเมินระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อทราบถึงระดับความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของตนเองอีกครั้ง ก่อนตัดสินใจลงทุนเป็นต้น

 

 

ระหว่างอารมณ์และเหตุผล

ระหว่างอารมณ์และเหตุผล

           

             คิดว่าการทำงานหรือดำเนินชีวิต ควรใช้อะไรนำทางระหว่าง อารมณ์ กับ เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจ การให้ความเห็น การเลือก  อะไรก็ตามในชีวิตประจำวัน เราก็มักจะตอบได้สวยหรูว่าควรใช้เหตุผลใช้ไหมล่ะ

แต่ถ้าลองเปลี่ยนคำถามใหม่ เช่น ทำไมถึงหยิบเสื้อตัวนี้มาใส่ในวันว่าง ก็มักจะเป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ความพึงพอใจ เข้ามาเป็นตัวตัดสินแทน คำถามแบบ สีไหน, กลิ่นไหน, รสชาติ, อะไรทำนองนี้น้อยครั้งที่จะมีเหตุผลประกอบ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากมีเหตุผลเกี่ยวข้อง มันจะต้องมีเหตุผลที่ดี ซึ่งถ้ามันดีคนส่วนใหญ่ก็ต้องเห็นเหมือนกัน ชอบเหมือนกัน เลือกอะไรเหมือนกันไปหมด แต่มันก็ไม่ใช่ แต่ละวันอาจมีคนใส่เสื้อซ้ำกันบ้าง ซึ่งมันมักเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เราจึงเห็นคนเสื้อหลากสีตามท้องถนน เรารู้สึกแย่ด้วยซ้ำไปหากเจอใครใส่เสื้อซ้ำกับตน แทนที่จะสบายใจว่า เราเลือกดีจึงมีคนเลือกเหมือนเรา…

คนเราเมื่อเวลาทะเลาะกัน ก็เพราะจะพูดว่ามีเหตุผลของตัวเอง

อารมณ์ในบทความนี้ไม่ได้หมายถึง การใช้อารมณ์ร้าย แต่เป็นการรวมกันของอารมณ์ความรู้สึก ความพึงพอใจ คล้ายๆที่ยกตัวอย่างการเลือกเสื้อผ้ามีคำถามถามอยู่ว่าประมาณว่า ในการทำงานเราควรใช้สิ่งใด ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักตอบเหตุผล จึงอยากถามต่อว่า ถ้านายเอ มีเหตุผลอย่างหนึ่ง คุยกับนายบี ที่มีเหตุผลอย่างหนึ่ง สามารถทะเลาะกันได้ไหม

ส่วนใหญ่ก็ตอบว่าทะเลาะกัน ก็ในเมื่อตอนนี้ต่างฝ่ายต่างเชื่ออีกอย่าง จนกว่าจะมีอีกฝ่ายยอมรับในเหตุผลของอีกคน คุณลองทบทวนดูสิ ถ้าต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล น้อยครั้งมากที่อีกฝ่ายจะยอมโดยดี ในทางตรงกันข้าม หากฝ่ายหนึ่งเสนอหรือพูดแสดงอะไรออกมา แล้วอีกฝ่ายไม่ได้มีเหตุผล ความเชื่อ ความคิดอะไรในเรื่องนั้นๆ ก็อาจจะยอมรับ ลองทำตาม หรือแค่ฟัง ตามน้ำไปเฉยๆ เช่นนี้ก็ยากจะทะเลาะกัน นี่จึงเป็นเหตุที่บอกว่าเหตุผลคือต้นเหตุให้ทะเลาะกัน อาจยังฟังดูแปลกๆ แต่มาดูกันต่อ สำหรับคนกันเอง คนใกล้ตัว คนในครอบครัวแล้ว เราก็มักใช้อารมณ์ ความรู้สึกบางอย่างมาก่อน เช่น ห่วงมาก จึงต่อว่าไปรุนแรง เพราะความกันเองจะพูดอย่างไรก็ได้ หรือคิดเอาแค่ว่าคนใกล้ตัวของเรา ต้องเข้าใจกัน กระทั่งให้เขาเหล่านั้นรองรับอารมณ์เราได้ แบบไม่รู้ตัว นี่คือภาวะการใช้อารมณ์อย่างแท้จริง ที่โดยทั่วไปเราบอกว่ามีเหตุผล แต่มันคืออารมณ์ ความรู้สึก จะด้านดีก็ตามที เช่น ห่วงไม่ใช่ห่วงไม่มีเหตุผล แต่ส่วนใหญ่การแสดงออกมักเกินเหตุผลเกินไป.

ทำไมเราถึงพูดดีกับคนที่ไม่รู้จัก

แปลกที่เราใช้อารมณ์ทำร้ายความรู้สึกคนใกล้ตัว คนที่เรารัก เราตวาดลูก เราตำหนิภรรยา สามีได้อย่างรุนแรง เราเถียงพ่อแม่ ทำท่ารำคาญใส่ อย่างไม่แคร์ความรู้สึกอีกฝ่าย แต่เราพูดดี สงวนท่าที มีมารยาทกับคนที่ไม่รู้จัก หรือเพิ่งรู้จักเพราะเราใช้เหตุผลกับคนอื่น และอารมณ์กับคนใกล้ตัว..

ลองสลับระหว่างอารมณ์และเหตุผล 

การใช้ทั้งเหตุผล และ อารมณ์ ความรู้สึกนั้น ต่างก็มีส่วนดี ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ หรือต้องเป็นเช่นนั้น เช่นนี้เสมอไป แต่อยากเพียงให้ลองสังเกต หลายครั้งเราควรสลับกันดูบ้าง ระหว่าง อารมณ์ และ เหตุผล เช่น ในการทำงาน แม้ว่าเราจะมีเหตุผล มีเป้าหมายที่งานเพียงใด หากเรายอมถอย ยอมฟัง ยอมวางเหตุผลตัวเองลง นึกถึงอารมณ์ ความรู้สึกต่อกันที่จะตามมา เช่น อยู่ในอารมณ์เพื่อนกัน บางทีนี่อาจทำให้สองฝ่าย เข้าใจมากขึ้น ทบทวนดูก็ได้ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเพื่อนจริง ยากจะโกรธกันเรื่องงานแม้เพื่อนจะทำงานห่วยแค่ไหนก็ตามและหรือบางทีเรื่องที่เรากำลังเอาเหตุผลตนเองอยู่นี้ มันไม่ได้ใหญ่ สำคัญหนักหนานักหรอก แต่การที่ต่างเอาเหตุผลเข้าชนนั่นเองอารมณ์ร้ายๆ จึงตามมาบรรยากาศการทำงานเป็นทีม หรือสิ่งแวดล้อมการทำงานเสียไปด้วย

ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวก็เหมือนกัน คนรอบข้าง ลดอารมณ์ความรู้สึกลงบ้างในหลาย ๆ กรณี เช่น หึง หวง ห่วงใย ก็ตามที วางอารมณ์ตรงนั้นลงได้ มีเหตุผลที่แท้จริง สักหน่อย เชื่อว่า ความรู้สึกแย่ต่อกัน มันจะลดลง และความเข้าใจจะมากขึ้น ด้วยการแสดงออกที่ดีได้แน่นอน