October 26, 2021
11 11 11 AM
ทำความรู้จักกับ ภาวะสมองล้า
น้ำอัดลม ทำลายสุขภาพ
ทำความรู้จักกับโรคอีโบล่า
ทำความรู้จักกับโรคลมพิษ
ข้าวกล้องดีต่อสุขภาพอย่างไร
รู้จักกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน
สมัครjoker คาสิโนออนไลน์ เกมเดิมพันเล่นง่าย ทำกำไรมหาศาล
เรื่องของเงินและหน้าที่ของการเงิน
เมื่อเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง ต้องทำอย่างไร
เรื่องของค่านิยมในสังคมปัจจุบัน
Latest Post
ทำความรู้จักกับ ภาวะสมองล้า น้ำอัดลม ทำลายสุขภาพ ทำความรู้จักกับโรคอีโบล่า ทำความรู้จักกับโรคลมพิษ ข้าวกล้องดีต่อสุขภาพอย่างไร รู้จักกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน สมัครjoker คาสิโนออนไลน์ เกมเดิมพันเล่นง่าย ทำกำไรมหาศาล เรื่องของเงินและหน้าที่ของการเงิน เมื่อเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง ต้องทำอย่างไร เรื่องของค่านิยมในสังคมปัจจุบัน
Industrial Revolution.

การเปลี่ยนแปลงในระบบครอบครัวภายหลังการปฏิวัติด้านอุตสาหกรรม

การเปลี่ยนแปลงในระบบครอบครัวภายหลังการปฏิวัติด้านอุตสาหกรรม 

The concept of family system changes after the Industrial Revolution.

ในปัจจุบันนักวิชาการส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า การปฏิวัติทางด้านอุตสาหกรรม Industrial Revolution ในศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตจากเกษตรกรรม มาสู่แบบอุตสาหกรรมนั้น มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างและหน้าที่ของครอบครัว Wilitam J. Goode  นักสังคมวิทยาชี้ให้เห็นว่า ครอบครัวเล็กหรือครอบครัวหน่วยกลางสมัยใหม่ที่เป็นอิสระและโดดเดียว ทำให้เครือข่ายความผูกพันของระบบเครือญาติลดลง ในอดีตกลุ่มเครือญาติเป็นศูนย์กลางที่ประกอบหน้าที่หลักคือ ผลิตในเชิงเศรษฐกิจ และผลิตสมาชิกใหม่เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ ปัจเจกชนมีความผูกพันกับกลุ่มครอบครัวอย่างมาก และบทบาทในด้านเศรษฐกิจคือ การร่วมมือกันทำงาน ซึ่งได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า ครอบครัวในอดีต มีการหน้าที่มากมาย จนเปรียบเสมือน “โลกใบเล็ก”

เมื่อเกิดปฏิวัติด้านอุตสาหกรรม Industrial Revolution  เกิดการเปลี่ยนแปลงในสถาบันครอบครัว ที่ตามมา คือ

  • งานและบ้านแยกออกจากกันเป็นผลมาจากการนำเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต นำไปสูการแยกสถานที่ทำงานออกจากที่อยู่อาศัย บ้านจึงกลายเป็นหน่วยในการบริโภคแต่เพียงอย่างเดียว สถานที่ทำงานแยกไปอยู่ต่างหาก การทำงานเป็นเวลา ซึ่งมีผลทำให้อำนาจและความรับผิดชอบของครอบครัวต่อระบบการผลิตลดลง
  • ลดลงของระบบครอบครัวขยาย ครอบครัวเล็กภายในครอบครับขยายแยกตัวออกเป็นอิสระ และย้ายไปอยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงาน ทำให้ความผูกพันของระบบเครือญาติลดลง
  • ขนาดของครอบครัวเล็กลง เพราะเด็ก ๆ ไม่ได้เป็นทรัพยากรที่จำเป็นในเชิงเศรษฐกิจ การมีลูกมากไม่ได้เป็นผลดีในด้านเศรษฐกิจอีกต่อไป ดังนั้น อัตราการเกิดของประชากรจึงเริ่มลดลงตามลำดับ เพื่อให้สอดคล้องกับระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรม
  • แยกออกจากกันของระบบครอบครัวกับระบบการศึกษา เนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องทำงานใหม่ที่ต้องอาศัยการฝึกหัดให้มีฝีมือเฉพาะด้าน จึงนำไปสู่การเกิด สถาบันการศึกษาที่อบรมสั่งสอนโดยเฉพาะ
  • สูญเสียความสำเร็จในการประกอบอาชีพการงาน เนื่องจากในระบบอุตสาหกรรม พ่อแม่ไม่สามารถถ่ายทอดสถานภาพด้านอาชีพไปสูลูกได้ เนื่องจากมีลักษณะอาชีพมากมายที่รุ่นพ่อแม่ไม่รู้จักและไม่เห็นคุณค่า คน ๆ เดียวไม่สามารถที่จะทำงานได้ในทุกชั้นตอน ทำให้ขาดความภาคภูมิใจในชิ้นงานที่เกิดขึ้น ยกเว้นครอบครัวที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือเจ้าขอบที่ดินทำเอง
  • เมื่อระบบการผลิตและระบบครอบครัวถูกแยกออกจากกัน ทำให้อำนาจภายในครอบครัวลดลง จากที่ชายเป็นผู้มีอำนาจสวนใหญ่ ได้เปลี่ยนแปลงไป นักสังคมวิทยาศึกษาพบว่า ปัจจุบันมีเพียง 10 % เท่านั้นที่สามีเป็นใหญ่ และมีเพียง 4 % เท่านั้นที่ภรรยาเป็นใหญ่ส่วนใหญ่แล้วจะเท่ทียมกันระบบอุปถัมภ์ในกลุ่มเครือญาติลดลงอย่างมากยกเว้นในสังคมที่กำลังพัฒนายังคงมีอยู่
  • เปลี่ยนแปลงทางด้านประซากรและสังคม ในสังคมอุตสาหกรรมครอบครัวมีขนาดเล็กลง เนื่องจากประซากรมีแนวโน้มที่จะให้กำเนิดลูกน้อยลงหรือไม่มีการให้กำเนิดเลย โดยการวางแผนครอบครัว ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในศตวรรษที่ 20 จึงพบว่าครอบครัวมีขนาดเล็กลงอย่างมาก และครอบครัวที่ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูกก็มีแนวโน้มลดลง จนนักวิชาการด้านครอบครัวทั้ง หลายพากันวิตกว่า ในอนาคตครอบครัวจะยังคงมีอยู่หรือไม่ส่วนในด้านสังคม ครอบครัวซึ่งเคยเป็นสถาน แเลี้ยงดูเต็ก คนชรา คนเจ็บปวย ได้มีสถาบันอื่นขึ้นมาทำหน้าที่แทนเพราะสังคมอุตสาหกรรม ชาย-หญิง ผู้ใหญ่จะออกทำงานนอกบ้านเท่าเทียมกันและสังคมก็มีแนวโน้มที่จะยอมรับความเท่าเทียมกันมากขึ้น จะเห็นได้จากการยอมรับสิทธิสตรีเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้บทบาททางเพศภายในครอบครัวก็ได้รับการตีความใหม่ เช่นกัน
  • สมรส เพื่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ และผลิตตลอดจนเลี้ยงดูทารกของสังคมในอดีต ได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นเพื่อสร้างความสัมพันธ์แบบเพื่อน ซึ่งทั้งชายและหญิงเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ มีการร่วมกันตัดสินใจในกิจการต่าง ๆ การสมรสในสังคมอุตสาหกรรมจึงเป็นการแสวงหาความพึงพอใจทางอารมณ์ ความรักความอบอุ่น มิตรภาพ ตลอดจนความพึงพอใจทางเพศ แทนที่

 

ในสังคมอุตสาหกรรม การหย่าร้างมีอัตราเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากบุคคลจะเอาตนเองเป็นหลัก ในการเลือกคู่สมรส เมื่อการสมรสไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง การหย่าร้างหรือแยกทางก็เกิดขึ้น  ได้ง่ายเป็นปกติธรรมดา ซึ่งสังคมปัจจุบันยอมรับว่า เป็นพฤติกรรมที่มิได้ผิดปกติเหมือนอดีต ถ้าต่างฝ่ายไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจหรือความต้องการของอีกฝ่ายได้ ครอบครัวก็สิ้นสุดลงได้ง่าย

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่