October 26, 2021
11 11 11 AM
ทำความรู้จักกับ ภาวะสมองล้า
น้ำอัดลม ทำลายสุขภาพ
ทำความรู้จักกับโรคอีโบล่า
ทำความรู้จักกับโรคลมพิษ
ข้าวกล้องดีต่อสุขภาพอย่างไร
รู้จักกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน
สมัครjoker คาสิโนออนไลน์ เกมเดิมพันเล่นง่าย ทำกำไรมหาศาล
เรื่องของเงินและหน้าที่ของการเงิน
เมื่อเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง ต้องทำอย่างไร
เรื่องของค่านิยมในสังคมปัจจุบัน
Latest Post
ทำความรู้จักกับ ภาวะสมองล้า น้ำอัดลม ทำลายสุขภาพ ทำความรู้จักกับโรคอีโบล่า ทำความรู้จักกับโรคลมพิษ ข้าวกล้องดีต่อสุขภาพอย่างไร รู้จักกับโรคลิ่มเลือดอุดตัน สมัครjoker คาสิโนออนไลน์ เกมเดิมพันเล่นง่าย ทำกำไรมหาศาล เรื่องของเงินและหน้าที่ของการเงิน เมื่อเกิดความรู้สึกสิ้นหวัง ต้องทำอย่างไร เรื่องของค่านิยมในสังคมปัจจุบัน
Jelly snacks

ขนมวุ้น

ขนมวุ้น  Jelly snacks

ขนมวุ้น Jelly snacks  เป็นขนมที่มีขั้นตอนการทำและการเตรียมวัตถุดิบที่ง่ายเป็นอย่างมาก ใครที่เป็นมือใหม่สำหรับการทำขนมต่าง ๆ ก็สามารถทำได้แน่นอน และยังเป็นขนมยอดฮิตสำหรับทุกคน ทุกวัยอีกด้วย ในปัจจุบันนี้ยังมีการทำขนมวุ้นในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มความน่ารับประทานอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นวุ้นถาด วุ้นคัพเค้ก หรือวุ้นถ้วย โดยขึ้นอยู่กับรูปแบบไอเดียวของผู้ที่ทำ ว่าจะทำให้ออกมามีลักษณะไหน โดยบทความนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับวิธีการทำ และวัตถุดิบที่ต้องเตรียมกัน ว่าจะต้องใช้อะไรบ้างและมีวิธีการทำอย่างไร

วิธีการทำ ขนมวุ้น Jelly snacks

  • ผงวุ้น 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
  • หัวกะทิ 250 มิลลิลิตร
  • น้ำตาล 1/2 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • ถ้วยสำหรับใส่วุ้น ขนาด 3 ซม.
  • แม่พิมพ์วุ้นรูปดอกไม้ขนาดพอดีกับถ้วย สามารถเลือกรูปทรงของภาชนะได้ตามใจชอบได้เลย
  • สีผสมอาหาร เลือกสีตามชอบ 

ขั้นตอนการทำวุ้นถ้วยดอกไม้

  • ขั้นตอนแรก การทำตัววุ้นโดยการเตรียมภาชนะ ใส่น้ำเปล่าลงไปประมาณ 250 มิลลิลิตร และเทผงวุ้นลงไปประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ โดยทำการคนผงวุ้นให้มีการละลายไปกับน้ำล่า และจึงพักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีเพื่อให้ผงวุ้นเกิดการอิ่มน้ำ แล้วจึงเตรียมนำไปใช้ทำขั้นตอนต่อไป
  • เมื่อผงวุ้นที่ทำการผสมลงในน้ำเปล่ามีการอิ่มตัวเต็มที่แล้วจึงนำขึ้นทำการตั้งไฟด้วยไฟอุณหภูมิกลาง ๆ ไม่ร้อนไปและไม่เบาจนเกินไป และจากนั้นให้ทำการคนไปเรื่อย ๆ จนกว่าผงวุ้นจะละลายไปจนหมดเกลี้ยง แนะนำว่าควรทำการคนตลอดอย่าพักเพื่อป้องกันไม่ให้วุ้นไหม้ติดก้นหม้อ 
  • เช็คว่าผงวุ้นที่ทำการละลายได้มีการละลายดีแล้วหรือไม่ วิธการตรวจสอลได้อย่างง่ายก็คือ การสังเกตจากตามปลายของที่คน โดยการที่ตักขึ้นมาคอยทำการตรวจสอบว่ามีเม็ดผงวุ้นยังติดขึ้นมาตามทัพพีหรือไม่ หากยังมีติดอยู่ให้คนต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีตติดขึ้นมาเลย
  • หลังจากตรวจสอบแล้วจนได้ผงวุ้นที่ทำการละลายดีแล้ว จึงเทใส่น้ำตาลเป็นปริมาณครึ่งถ้วยตวง และเกลืออีก1/4 ของช้อนชา ตามลงไป พร้อมทำการคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลายเข้าด้วยกัน โดยสามารถปรับลด หรือเพิ่มน้ำตาล และเกลือได้ตามใจชอบ ให้มีรสชาติที่ผู้ทำต้องการ
  • หลังจากนั้น ทำการเติมหัวน้ำกะทิลงวไป ปริมาณ 250 มิลลิลิตร แนะนำให้ใช้เวลาคนไม่นานมากนัก เพราะอาจไหม้ได้ และอาจจะทำให้วุ้นกะทิมีการแตกมันขึ้นได้ ซึ่งหากกะทิแตกมันแล้วจะทำให้วุ้นที่ได้เนื้อไม่สวยนั่นเอง
  • หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการปิดเตา และนำวุ้นยกลงจากเตาเตรียมใส่ถ้วย และแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้

ขั้นตอนเทวุ้นใส่ภาชนะที่ใช้บรรจุ

  • สำหรับการทำวุ้นถ้วยดอกไม้ที่มีรูปลักษณ์สวยงาม ผู้ทำตต้องแบ่งการใส่วุ้นออกเป็น 2 รอบ คือแบ่งใส่ในถ้วยเพื่อให้เป็นฐานวุ้นฐานแรก และแบ่งใส่แม่พิมพ์รูปดอกไม้เพื่อเป็นหน้าวุ้นที่สวยงามตามที่ผู้ทำต้องการ
  • เทวุ้นกะทิใส่ลงไปในถ้วยประมาณ 2.5-4 เซ็นติเมตร เพียงแค่ประมาณครึ่งเดียวของภาชนะเท่านั้น
  • นำน้ำวุ้นกะทิอีกส่วนที่ยังคงคค้างไว้ทำการเทลงในแม่พิมพ์รูปดอกไม้เต็มที่เตรียมไว้ให้เต็มภาชนะแม่พิมพ์ ในส่วนของขั้นตอนนี้ ถ้าหากผู้ทำต้องการทำการผสมกับสีผสมอาหารเพื่อความสวยงามสามารถใส่เพิ่มได้ตามใจชอบได้เลย เพื่อความสวยงามน่ารับประทาน
  • เมื่อทำเสร็จสิ้นทั้ง 2 ขั้นตอนนี้แล้ว ให้ทำการทิ้งวุ้นไว้ในอุณหภูมิห้องเพื่อให้วุ้นเซ็ตตัวดีทั้งหมด หรือสามารถนำเข้าตู้เย็นก็จะสามารถทำให้วุ้นเซ็ตตัวได้ไวขึ้น
  • หลังจากวุ้นเซ็ตตัวดีแล้วทั้งหมด ผู้ทำจึงค่อยๆ แคะวุ้นออกจากแม่พิมพ์ออกมาอย่างประณีต เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้รูปแบบของวุ้นเสียหายหรือแตกได้
  • นำวุ้นกะทิรูปดอกไม้ที่เซ็ตตัวเรียบร้อยแล้ว มาทำการวางไว้ที่ด้านบนของส่วนที่เป็นวุ้นกะทิที่ใส่ถ้วยด้านล่างไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยถ้าวุ้นทรงดอกไม้ไม่เกาะกับตัวฐาน สามารถใช้น้ำวุ้นที่เหลือนำมาเทเข้าเพื่อเป็นการใช้ทั้งสองชั้นผสานกันได้ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นแล้วสำหรับการทำวุ้นที่สวยงดงามอย่างนี้

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่