September 17, 2021
11 11 11 AM
รู้จักการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม
ระดับของการสื่อสาร
มลพิษในดิน
ความหมายและกระบวนการพัฒนาหลักสูตร
ธรรมชาติของชีวิต
ข้อควรระวังในการเขียนภาษาอังกฤษ
บริหารเงินแบบมีประสิทธิภาพ
ผลไม้แต่ละสีมีประโยชน์อย่างไร
รู้หลักการใช้เครื่องหมายในภาษาอังกฤษ
เมื่อเหงื่อออก มันคือนำไขมันออกจากร่างกายเราจริงหรือไม่
Latest Post
รู้จักการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม ระดับของการสื่อสาร มลพิษในดิน ความหมายและกระบวนการพัฒนาหลักสูตร ธรรมชาติของชีวิต ข้อควรระวังในการเขียนภาษาอังกฤษ บริหารเงินแบบมีประสิทธิภาพ ผลไม้แต่ละสีมีประโยชน์อย่างไร รู้หลักการใช้เครื่องหมายในภาษาอังกฤษ เมื่อเหงื่อออก มันคือนำไขมันออกจากร่างกายเราจริงหรือไม่
Natural of life

ธรรมชาติของชีวิต

ธรรมชาติของชีวิต Natural of life

แม้ว่าชีวิตจะมีรูปแบบที่แตกต่างหลากหลาย แต่ก็มีลักษณะบางประการที่ปรากฎเป็นความคล้ายคลึงกัน เราเรียกลักษณะที่ปรากฏคล้ายกันนี้ว่า ลักษณะของการมีชีวิต หรือธรรมชาติของชีวิต Natural of life ซึ่งสามารถตรวจสอบและยืนยันไต้ โดยวิธีการเรียนรู้แบบวิทยาศาสตร์ (scientific method)

ลักษณะของการมีชีวิตของธรรมชาติของชีวิต Natural of life

สิ่งมีชีวิตมีการจัดแผนแบบระเบียบ (Living Things are Organized) ในการประกอบกันขึ้นเป็นตัวตนของสิ่งมีชีวิตนั้น องค์ประกอบแต่ละชิ้นส่วนจะถูกกำหนดตำแหน่งที่อยู่ไว้อย่างชัดเจน การจัดแผนแบบระเบียบของชีวิตนั้น เริ่มปรากฎตั้งแต่ระดับของความเป็นเซลล์ (cell)  ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานที่แสดงความมีชีวิต เชลล์ประกอบขึ้นจากการผสมผสานของ สารเคมี จากระดับ ปรมาณู (อะตอม-atom) มารวมตัวกันเป็น อณู (โมเลกุล-molecule) เมื่อสารเคมีมาประกอบกันขึ้นเป็นเซลล์แล้ว เซลล์บางชนิดอาจมีสถานะเป็นอินทรีย์สังขารที่สมบูรณ์โดยตัวเอง

เซลล์บางชนิดอาจจะไปรวมกันเกิดเป็นกลุ่มโคโลนี (colony) ขนาดเล็ก ในสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒน์ขึ้นมาเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ พบว่าเซลล์ประเภทเดียวกันจะมารวมกลุ่มกันขึ้นเป็นเนื้อเยื่อ (issue)เนื้อเยื่อประเภทต่าง ๆ ประกอบกันขึ้นเป็น อวัยวะ (organ) ซึ่งเมื่ออวัยวะต่างชนิดแต่ทำงานลักษณะเดียวกัน จะประกอบกันขึ้นมาเป็น ระบบ (system) จนในที่สุด ระบบต่าง ๆ หลายระบบก็จะประสานการทำงานเข้าด้วยกัน ประกอบกันขึ้นเป็น ตัวตน หรืออินทรีย์สังขาร (organism) ของ

สิ่งมีชีวิตแต่ละหน่วย (individual)

เมื่อสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ประกอบกันขึ้นมาเป็นตัวตนอย่างเป็นเอกเทศแล้ว ยังมีการจัดแผนแบบระเบียบของการดำรงชีวิตขยายขึ้นไปอีกหลายระดับ ซึ่งถือว่าเป็นการจัดระเบียบในระดับสูงโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตหน่วยนั้น ” กับสิ่งแวดล้อมนอกตัว กล่าวโดยลำดับก็คือเมื่อสิ่งมีชีวิตมีการทวีจำนวน ผลผลิตที่ได้ออกมามีรูปร่าง ลักษณะการประกอบ และวิถีการดำรงชีวิตเป็นไปในรูปแบบเดียวกัน 

อีกทั้งยังสามารถผสมสืบต่อเผ่าพันธุ์ของตนได้ เรียกสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตพวกเดียวกัน หรือเป็น “ชนิด (species)” เดียวกัน จำนวนรวมทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน ในพื้นที่เดียวกัน และในห้วงเวลากำหนดเดียวกันเรียกว่า “ประชากร (population)” ถ้าในพื้นที่นั้นมีประชากรของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด (ทั้งสัตว์และพืช) มาอยู่รวมด้วยกัน เรียกสภาวะนั้นว่าชุมชน (community)”

 ความสัมพันธ์ที่ประซากรของสิ่งมีชีวิตในชุมชนมีต่อสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น ดิน น้ำ ภูมิอากาศ เป็นต้น เรียกสภาวะความสัมพันธ์นั้นว่า “ระบบนิเวศ (ecosystem)” ซึ่งเมื่อรวมทุกระบบนิเวศในส่วนต่าง ๆ ของโลกเข้าไว้ด้วยกัน เรียกสภาพการดำรงอยู่ของชีวิตในโลกนี้ว่าชิวมณฑล (biosphere)”

การจำแนกหมวดหมู่สิ่งมีชีวิต (Classification of Organism)

ด้วยเหตุที่สิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก เฉพาะพวกแมลงเพียงพวกเดียวก็มีความแตกต่างมากกว่า 900,000 ชนิด ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการศึกษาพิจารณา จึงมีการนำเอาระบบวิธีการจำแนกหมวดหมู่โดยอาศัยลักษณะของความคล้ายคลึงกันมาเป็นเกณฑ์กำหนดหลักการเกี่ยวกับการวินิจฉัยเอกลักษณ์และการจำแนกหมวดหมู่ของสิ่งมีชีวิตโดยมึกฎเกณฑ์ที่แน่นอนเรียกว่า อนุกรมวิธาน หรือ Taxonomy (taxon = การจัดระเบียบ; nomos = กฎเกณฑ์, เงื่อนไข,ข้อกำหนด)

นักอนุกรมวิธานกำหนดให้สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีชื่อเรียกของตนเองเป็นภาษาละติน เรียกว่าชื่อวิทยาศาสตร์ (Scientistic name)” ธรรมเนียมนิยมนี้กำหนดขึ้นเป็นครั้งแรกโดย คาโรลัส สินเนียส นักอนุกรมวิธานชาวสวีเดน ชื่อวิทยาศาสตร์นี้ ประกอบด้วยคำ 2 วรรค คำวรรคแรกเป็นชื่อสกุลคำวรรคหลังเป็นคำระบุลักษณะของชนิดในสกุลนั้นในการจำแนกหมวดหมู่ทางอนุกรมวิธาน ทำโดยนำเอาสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ มาเกี่ยวเนื่องกัน โดยอาศัยความสัมพันธ์กันในระดับและแง่มุมต่าง ๆ จากมากไปหาน้อยตามลำดับ ซึ่งจะได้

รูปแบบของการจำแนก ดังนี้

  • สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมือนกันทุกประการ รวมกันเป็น ชนิด (species)
  • ชนิดต่าง ๆ ที่มีความคล้ายกันอยู่ ประกอบกันขึ้นเป็น สกุล (Genus)
  • สกุลต่าง ๆ ที่มีความคล้ายกันอยู่ ประกอบกันขึ้นเป็น วงศ์ (Family)
  • วงศ์ต่าง ๆ ที่มีความคล้ายกันอยู่ ประกอบกันขึ้นเป็น อันตับ (Order)
  • อันดับต่าง ๆ ที่มีความคล้ายกันอยู่ ประกอบกันขึ้นเป็น ชั้น (Class)
  • ชั้นต่าง ๆ ที่มีความคล้ายกันอยู่ ประกอบกันขึ้นเป็น ไฟลัม (Phylum) หรือ ดิวิชั่น (Division)*
  • ทุกไฟลัม หรือ ดิวิชั่น ประกอบกันขึ้นเป็น อาณาจักร (Kingdom)

 

ดังนั้นนี่ก็คือเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องธรรมชาติของชีวิต เท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่เราจะต้องทำการศึกษาเพื่อเป็นการเข้าใจพื้นฐานของธรรมชาติอีกต่อไป

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่