ระหว่างอารมณ์และเหตุผล

ระหว่างอารมณ์และเหตุผล

           

             คิดว่าการทำงานหรือดำเนินชีวิต ควรใช้อะไรนำทางระหว่าง อารมณ์ กับ เหตุผล ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจ การให้ความเห็น การเลือก  อะไรก็ตามในชีวิตประจำวัน เราก็มักจะตอบได้สวยหรูว่าควรใช้เหตุผลใช้ไหมล่ะ

แต่ถ้าลองเปลี่ยนคำถามใหม่ เช่น ทำไมถึงหยิบเสื้อตัวนี้มาใส่ในวันว่าง ก็มักจะเป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ความพึงพอใจ เข้ามาเป็นตัวตัดสินแทน คำถามแบบ สีไหน, กลิ่นไหน, รสชาติ, อะไรทำนองนี้น้อยครั้งที่จะมีเหตุผลประกอบ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากมีเหตุผลเกี่ยวข้อง มันจะต้องมีเหตุผลที่ดี ซึ่งถ้ามันดีคนส่วนใหญ่ก็ต้องเห็นเหมือนกัน ชอบเหมือนกัน เลือกอะไรเหมือนกันไปหมด แต่มันก็ไม่ใช่ แต่ละวันอาจมีคนใส่เสื้อซ้ำกันบ้าง ซึ่งมันมักเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เราจึงเห็นคนเสื้อหลากสีตามท้องถนน เรารู้สึกแย่ด้วยซ้ำไปหากเจอใครใส่เสื้อซ้ำกับตน แทนที่จะสบายใจว่า เราเลือกดีจึงมีคนเลือกเหมือนเรา…

คนเราเมื่อเวลาทะเลาะกัน ก็เพราะจะพูดว่ามีเหตุผลของตัวเอง

อารมณ์ในบทความนี้ไม่ได้หมายถึง การใช้อารมณ์ร้าย แต่เป็นการรวมกันของอารมณ์ความรู้สึก ความพึงพอใจ คล้ายๆที่ยกตัวอย่างการเลือกเสื้อผ้ามีคำถามถามอยู่ว่าประมาณว่า ในการทำงานเราควรใช้สิ่งใด ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักตอบเหตุผล จึงอยากถามต่อว่า ถ้านายเอ มีเหตุผลอย่างหนึ่ง คุยกับนายบี ที่มีเหตุผลอย่างหนึ่ง สามารถทะเลาะกันได้ไหม

ส่วนใหญ่ก็ตอบว่าทะเลาะกัน ก็ในเมื่อตอนนี้ต่างฝ่ายต่างเชื่ออีกอย่าง จนกว่าจะมีอีกฝ่ายยอมรับในเหตุผลของอีกคน คุณลองทบทวนดูสิ ถ้าต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล น้อยครั้งมากที่อีกฝ่ายจะยอมโดยดี ในทางตรงกันข้าม หากฝ่ายหนึ่งเสนอหรือพูดแสดงอะไรออกมา แล้วอีกฝ่ายไม่ได้มีเหตุผล ความเชื่อ ความคิดอะไรในเรื่องนั้นๆ ก็อาจจะยอมรับ ลองทำตาม หรือแค่ฟัง ตามน้ำไปเฉยๆ เช่นนี้ก็ยากจะทะเลาะกัน นี่จึงเป็นเหตุที่บอกว่าเหตุผลคือต้นเหตุให้ทะเลาะกัน อาจยังฟังดูแปลกๆ แต่มาดูกันต่อ สำหรับคนกันเอง คนใกล้ตัว คนในครอบครัวแล้ว เราก็มักใช้อารมณ์ ความรู้สึกบางอย่างมาก่อน เช่น ห่วงมาก จึงต่อว่าไปรุนแรง เพราะความกันเองจะพูดอย่างไรก็ได้ หรือคิดเอาแค่ว่าคนใกล้ตัวของเรา ต้องเข้าใจกัน กระทั่งให้เขาเหล่านั้นรองรับอารมณ์เราได้ แบบไม่รู้ตัว นี่คือภาวะการใช้อารมณ์อย่างแท้จริง ที่โดยทั่วไปเราบอกว่ามีเหตุผล แต่มันคืออารมณ์ ความรู้สึก จะด้านดีก็ตามที เช่น ห่วงไม่ใช่ห่วงไม่มีเหตุผล แต่ส่วนใหญ่การแสดงออกมักเกินเหตุผลเกินไป.

ทำไมเราถึงพูดดีกับคนที่ไม่รู้จัก

แปลกที่เราใช้อารมณ์ทำร้ายความรู้สึกคนใกล้ตัว คนที่เรารัก เราตวาดลูก เราตำหนิภรรยา สามีได้อย่างรุนแรง เราเถียงพ่อแม่ ทำท่ารำคาญใส่ อย่างไม่แคร์ความรู้สึกอีกฝ่าย แต่เราพูดดี สงวนท่าที มีมารยาทกับคนที่ไม่รู้จัก หรือเพิ่งรู้จักเพราะเราใช้เหตุผลกับคนอื่น และอารมณ์กับคนใกล้ตัว..

ลองสลับระหว่างอารมณ์และเหตุผล 

การใช้ทั้งเหตุผล และ อารมณ์ ความรู้สึกนั้น ต่างก็มีส่วนดี ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้ หรือต้องเป็นเช่นนั้น เช่นนี้เสมอไป แต่อยากเพียงให้ลองสังเกต หลายครั้งเราควรสลับกันดูบ้าง ระหว่าง อารมณ์ และ เหตุผล เช่น ในการทำงาน แม้ว่าเราจะมีเหตุผล มีเป้าหมายที่งานเพียงใด หากเรายอมถอย ยอมฟัง ยอมวางเหตุผลตัวเองลง นึกถึงอารมณ์ ความรู้สึกต่อกันที่จะตามมา เช่น อยู่ในอารมณ์เพื่อนกัน บางทีนี่อาจทำให้สองฝ่าย เข้าใจมากขึ้น ทบทวนดูก็ได้ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นเพื่อนจริง ยากจะโกรธกันเรื่องงานแม้เพื่อนจะทำงานห่วยแค่ไหนก็ตามและหรือบางทีเรื่องที่เรากำลังเอาเหตุผลตนเองอยู่นี้ มันไม่ได้ใหญ่ สำคัญหนักหนานักหรอก แต่การที่ต่างเอาเหตุผลเข้าชนนั่นเองอารมณ์ร้ายๆ จึงตามมาบรรยากาศการทำงานเป็นทีม หรือสิ่งแวดล้อมการทำงานเสียไปด้วย

ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวก็เหมือนกัน คนรอบข้าง ลดอารมณ์ความรู้สึกลงบ้างในหลาย ๆ กรณี เช่น หึง หวง ห่วงใย ก็ตามที วางอารมณ์ตรงนั้นลงได้ มีเหตุผลที่แท้จริง สักหน่อย เชื่อว่า ความรู้สึกแย่ต่อกัน มันจะลดลง และความเข้าใจจะมากขึ้น ด้วยการแสดงออกที่ดีได้แน่นอน