September 17, 2021
11 11 11 AM
รู้จักการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม
ระดับของการสื่อสาร
มลพิษในดิน
ความหมายและกระบวนการพัฒนาหลักสูตร
ธรรมชาติของชีวิต
ข้อควรระวังในการเขียนภาษาอังกฤษ
บริหารเงินแบบมีประสิทธิภาพ
ผลไม้แต่ละสีมีประโยชน์อย่างไร
รู้หลักการใช้เครื่องหมายในภาษาอังกฤษ
เมื่อเหงื่อออก มันคือนำไขมันออกจากร่างกายเราจริงหรือไม่
Latest Post
รู้จักการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม ระดับของการสื่อสาร มลพิษในดิน ความหมายและกระบวนการพัฒนาหลักสูตร ธรรมชาติของชีวิต ข้อควรระวังในการเขียนภาษาอังกฤษ บริหารเงินแบบมีประสิทธิภาพ ผลไม้แต่ละสีมีประโยชน์อย่างไร รู้หลักการใช้เครื่องหมายในภาษาอังกฤษ เมื่อเหงื่อออก มันคือนำไขมันออกจากร่างกายเราจริงหรือไม่
Warning

ข้อควรระวังในการเขียนภาษาอังกฤษ

ข้อควรระวังในการเขียนภาษาอังกฤษ Warning writing in English

การเขียนภาษาอังกฤษนั้นหากไม่สนไวยากรณ์แล้วก็อาจจะสามารถเขียนอย่างไรก็ได้เพื่อให้คนที่การที่จะสนทนาด้วยเกิดความเข้าใจให้ได้มากที่สุด เพียงแต่ว่าการเขียนแบบนั้นจะเป็นการเขียนที่ผิดหลักไวยากรณ์ทางภาษาอังกฤษนั่นเอง โดยในบางรายแล้วหรือบางการกระทำก็ไม่สามารถที่จะเขียนแบบผิดๆไปได้ อย่างเช่นการเขียน essay หรือการเขียนเพื่อตอบโต้อะไรที่เป็นงานเป็นการ ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะพาทุกคคนไปทำความรู้จักกับ ข้อควรระวังในการเขียนภาษาอังกฤษ Warning writing in English กัน ว่ามีอะไรบ้าง 

ควรระวังอะไรบ้าง ในการเขียนภาษาอังกฤษ Warning writing in English

  1. จงจำไว้เสมอว่า อย่าใช้ here ตามหลัง this หรือ these และ there ตามหลัง that หรือ those โดยในคนไทยส่วนใหญ่แล้วนั้นเวลาพูด ก็มักจจะมีคำติดปากที่พูดกันว่า “นี่อันนี้ม ของนั้นนี่นั่น” กันเสมอ คนส่วนใหญ่ก็มักจะเผลอตัวไปใช้ในภาษาอังกฤษด้วย โดยเฉพาะในการเขียน essay นั้นไม่สมควรใช้อย่างยิ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ผิดกฎตามหลักไวยากรณ์ ไม่เพียงแต่เด็กไทยเท่านั้น แต่ประเทศอื่นๆก็มักจะเขียนผิดกันด้วยในลักษณะนี้ ตัวอย่างเช่น

 

  • ผิด This here is right.
  • ถูก This is right. แปลว่า นี้ถูกต้อง
  • Those there are my books. ผิด
  • Those are my books. ถูก แปลว่า โน่นหนังสือของฉัน

 

  1. ต้องจำไว้เสมอว่า possessive pronoun ดังต่อไปนี้ ไม่มี (‘) apostrophe ได้แก่ ours, hers, its, theirs และ yours โดยในเรื่องนี้ผู้คนส่วนใหญ่มักใช้ผิดกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแล้วทางเจ้าของภาษาเองก็มักจะยังใช้ผิดกันอย่างเสมอ ยิ่งคำว่า its ที่หมายถึงของมัน ยิ่งเป็นสิ่งที่คนใช้กันแบบผิดๆมากเป็นที่สุด เพราะว่ามี it’s ซึ่งจะเป็นคำย่อของ it is ใช้อยู่ เลยบางครั้งเอาไปสับสนกับ its ที่แปลว่า ของมัน นั่นเอง หากใครที่ยังใช้คำพวกนี้ผิดอยู่นั่นก็หมายความว่า คุณยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษและรู้ถึงแก่นแท้ของมันได้อย่างดีนั่นเอง ตัวอย่างการใช้ ดังนี้

 

  • Is that car their’s? ผิด
  • Is that car theirs? ถูก แปลว่า รถคันนั้นของพวกเขาใช่ไหม?
  • The cat licks it’s paw. ผิด
  • The cat licks its paw. ถูก แปลว่า แมวเลียอุ้งเท้าของมันเอง

 

  1. ระวังเรื่องการห้ามใช้นามซ้อนกับสรรพนามอย่างในภาษาไทย เป็นประธานของประโยค ซึ่งในภาษาไทยของเรานั้นจะพบประโยคเหล่านี้เสมอ เช่น พ่อเขาซื้อมาต่างหาก ใครว่าป้าซื้อมา พระท่านออกบิณฑบาตแต่เช้าตรู่ทุกวัน นกมันรักลูกเหมือนที่คนรักนั่นแหละ เธอมันไม่ค่อยได้เรื่องเลย ซึ่งในภาษาไทยนั้นประโยคเหล่านี้ใช้ได้เสมอ ไม่เป็นการผิดแต่อย่างใด แต่ในภาษาอังกฤษนั้นถือว่าผิด ไม่เป็นที่นิยมที่จะใช้กัน ถ้าใครใช้ก็เรียกได้ว่าเป็นพวกไร้การศึกษาเลยทีเดียว ดังนั้นจึงสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องระวังการใช้เหล่านี้ให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น

 

  • My father, he said. แปลว่า พ่อแกพูด ไม่ควรเขียนแบบนี้ เพราะผิด
  • My father said. แปลว่า พ่อพูด แบบนี้เขียนถูกต้องตามหลัก

 

รู้หรือไม่ว่า คำว่า What เมื่อมีนามนำหน้าต้องใช้อย่างไรถึงจะถูกต้อง

 ให้ใช้ who, whom, whose กับคน which กับสัตว์และสิ่งของ และ that ใช้ได้กับทั้งคนสัตว์และสิ่งของ ตัวอย่างเช่น

  • Here is the book what you had looked for. ผิด
  • Here is the book which you had looked for. ถูกต้อง แปลว่า นี่ไง หนังสือที่คุณหาอยู่
  • I saw a girl which looked like you. ผิด
  • I saw a girl who looked like you. ถูกต้อง แปลว่า ฉันเจอผู้หญิงที่หน้าตาดูเหมือนคุณ

 

และทั้งหมดนี่ก็คือ หลักการที่คุณจะต้องพึงระวังว่าจะใช้ผิดอยู่เสมอ หากเขียนภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์อยู่เสมอแล้ว ผู้คนที่ได้มีโอกาสมาอ่านก็จะรู้ได้เลยว่าคุณมีความเป็นโปรอย่างมากในด้านของภาษาอังกฤษ และสามารถนำไปต่อยอดในเรื่องต่างๆ เช่น การทำงาน ได้เป็นประโยชน์อย่างมากนั่นเอง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่